PrEP คืออะไร?
PrEP ย่อมาจากคำว่า
Pre-Exposure Prophylaxis
หมายถึงการใช้ยาต้านไวรัส ก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ HIV เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อในร่างกาย
พูดง่าย ๆ คือ
หากคุณเป็นคนที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV การรับประทานยา PrEP อย่างถูกต้องสามารถลดโอกาสติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก
ปัจจุบันแนวทางจาก CDC (Centers for Disease Control and Prevention) และ WHO (World Health Organization) แนะนำ PrEP เป็นมาตรฐานการป้องกัน HIV สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงทั่วโลก
PrEP ป้องกัน HIV ได้ผลแค่ไหน?
ข้อมูลจากงานวิจัยขนาดใหญ่หลายการศึกษา เช่น
- iPrEx Trial
- Partners PrEP Study
- CDC PrEP Clinical Guidelines
พบว่า
หากรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์แนะนำ
PrEP สามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HIV ได้มากกว่า 99%
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับ “ความสม่ำเสมอ” ของการใช้ยา
หากรับประทานไม่ต่อเนื่อง ประสิทธิภาพในการป้องกันจะลดลงตามสัดส่วน
ยา PrEP ที่ใช้ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง?
ปัจจุบันยาที่ใช้สำหรับ PrEP หลัก ๆ มี 2 สูตร
1. TDF/FTC (Tenofovir Disoproxil Fumarate + Emtricitabine)
ชื่อทางการค้าที่รู้จักกันมากที่สุดคือ
Truvada
วิธีใช้มาตรฐานคือ
วันละ 1 เม็ด ทุกวัน
เป็นสูตรที่ใช้ทั่วโลกและมีข้อมูลรองรับมากที่สุดในปัจจุบัน
2. TAF/FTC (Tenofovir Alafenamide + Emtricitabine)
ชื่อทางการค้า เช่น
Descovy
ข้อดีคือ
อาจมีผลต่อไตและมวลกระดูกน้อยกว่า TDF เล็กน้อยในบางคน
แต่ราคามักสูงกว่า และการใช้ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ของแพทย์
ใครบ้างที่ควรใช้ PrEP?
แนวทางจาก CDC 2021 แนะนำ PrEP สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ HIV สูงกว่าคนทั่วไป
ตัวอย่างเช่น
ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางเป็นประจำ
หากมีการป้องกันไม่สม่ำเสมอ ความเสี่ยงในการรับเชื้อ HIV จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย (MSM)
เป็นกลุ่มที่ CDC แนะนำอย่างชัดเจนให้พิจารณา PrEP หากมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ
ผู้ที่มีคู่นอนติดเชื้อ HIV
เรียกว่า
Serodiscordant Couple
คือคู่ที่ฝ่ายหนึ่งติดเชื้อ HIV แต่อีกฝ่ายยังไม่ติดเชื้อ
PrEP ช่วยลดโอกาสการรับเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
ยิ่งจำนวนคู่นอนเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงโดยรวมก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ผู้ที่ใช้สารเสพติดชนิดฉีดและมีการใช้เข็มร่วมกัน
การใช้เข็มร่วมกันเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการติดเชื้อ HIV
ก่อนเริ่ม PrEP ต้องตรวจอะไรบ้าง?
PrEP ไม่ควรซื้อกินเองโดยไม่ผ่านการตรวจประเมิน
ก่อนเริ่มยา แพทย์จะตรวจดังต่อไปนี้
ตรวจ HIV ก่อนเสมอ
ข้อสำคัญที่สุดคือ
ต้องมั่นใจว่าไม่ได้ติดเชื้อ HIV อยู่แล้ว
หากมี HIV แต่เริ่มกิน PrEP เอง อาจทำให้เชื้อดื้อยาได้
ตรวจการทำงานของไต (Creatinine)
ยากลุ่ม Tenofovir อาจมีผลต่อไตในบางคน
จึงควรประเมินก่อนเริ่มยา
ตรวจไวรัสตับอักเสบ B (Hepatitis B)
เพราะยาบางตัวใน PrEP มีผลต่อไวรัสตับอักเสบบีเช่นกัน
หากหยุดยาเองโดยไม่วางแผน อาจกระทบต่อโรคได้
ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI Screening)
โดยทั่วไปแพทย์อาจแนะนำตรวจ
- Syphilis
- Gonorrhea
- Chlamydia
- Hepatitis B / C
- HIV Baseline Test
เมื่อเริ่ม PrEP แล้ว ต้องติดตามอย่างไร?
การใช้ PrEP ไม่ใช่เริ่มยาแล้วจบ
จำเป็นต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำตรวจทุก
3 เดือน
สิ่งที่ต้องติดตาม ได้แก่
- HIV Test (จำเป็นทุกครั้ง)
- ตรวจการทำงานของไต
- ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ซ้ำ
- ประเมินผลข้างเคียงและความสม่ำเสมอในการใช้ยา
PrEP ป้องกันอะไรได้บ้าง?
หลายคนเข้าใจผิดว่า PrEP ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ทั้งหมด
ความจริงคือ
PrEP ออกแบบมาเพื่อป้องกัน HIV เท่านั้น
สิ่งที่ PrEP ป้องกันได้
✓ HIV → ประสิทธิภาพมากกว่า 99%
สิ่งที่ PrEP ไม่ได้ป้องกัน
✗ หนองใน (Gonorrhea)
✗ หนองในเทียม (Chlamydia)
✗ ซิฟิลิส (Syphilis)
✗ เริม (Herpes)
✗ HPV
✗ ไวรัสตับอักเสบบางชนิด
ดังนั้น
แม้ใช้ PrEP อยู่ ก็ยังควรใช้ ถุงยางอนามัยร่วมด้วย
ผลข้างเคียงของ PrEP มีอะไรบ้าง?
ผู้ใช้ส่วนใหญ่สามารถใช้ยาได้อย่างปลอดภัย
อาการที่พบได้ในช่วงแรก เช่น
- คลื่นไส้
- ปวดศีรษะ
- อ่อนเพลีย
- แน่นท้องเล็กน้อย
มักดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์
ในบางราย แพทย์อาจติดตามเรื่อง
- การทำงานของไต
- มวลกระดูก (ในกรณีใช้ระยะยาว)
สรุป
PrEP เป็นหนึ่งในวิธีป้องกัน HIV ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในปัจจุบัน
หากรับประทานอย่างสม่ำเสมอ สามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้มากกว่า 99%
อย่างไรก็ตาม PrEP ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น
ดังนั้นการใช้ถุงยางอนามัย การตรวจ STI สม่ำเสมอ และการดูแลสุขภาพทางเพศโดยรวม ยังคงเป็นสิ่งสำคัญเสมอ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
PrEP ป้องกัน HIV ได้จริงไหม?
ได้ หากใช้ถูกต้องและสม่ำเสมอ สามารถลดความเสี่ยงได้มากกว่า 99%
PrEP ต้องกินทุกวันไหม?
สูตรมาตรฐานคือวันละ 1 เม็ดทุกวัน ตามแพทย์แนะนำ
กิน PrEP แล้วไม่ต้องใส่ถุงยางหรือไม่?
ไม่ เพราะ PrEP ป้องกันเฉพาะ HIV ไม่ได้ป้องกันโรคอื่น เช่น หนองใน ซิฟิลิส HPV
ซื้อ PrEP มากินเองได้ไหม?
ไม่แนะนำ ควรตรวจ HIV และประเมินสุขภาพก่อนเริ่มยาเสมอ
บทความโดย: นพ.สันตพล ชำนาญไพร
อ้างอิงทางการแพทย์
CDC PrEP Clinical Practice Guidelines 2021
WHO Consolidated Guidelines on HIV Prevention 2022
iPrEx Trial — New England Journal of Medicine
Partners PrEP Study
