Our Blog

Peyronie’s Disease คืออะไร? โรคพังผืดในองคชาตที่ทำให้อวัยวะเพศโค้งงอ รักษาได้หรือไม่?

ผู้ชายบางคนเริ่มสังเกตว่ารูปร่างขององคชาตเปลี่ยนไปจากเดิม

เช่น

  • องคชาตโค้งงอมากขึ้นกว่าปกติ
  • รู้สึกเจ็บขณะแข็งตัว
  • คลำได้ก้อนแข็งใต้ผิวหนังบริเวณลำองคชาต
  • มีปัญหาการมีเพศสัมพันธ์จากการแข็งตัวที่ผิดรูป

อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับภาวะที่เรียกว่า

Peyronie’s Disease

โรคที่เกิดจากการสร้างพังผืดผิดปกติภายในเนื้อเยื่อขององคชาต และอาจส่งผลต่อทั้งรูปร่าง การแข็งตัว และคุณภาพชีวิตทางเพศ


Peyronie’s Disease คืออะไร?

Peyronie’s Disease คือภาวะที่เกิดการสะสมของเนื้อเยื่อพังผืด (Fibrous Plaque)

ภายในชั้นเนื้อเยื่อที่เรียกว่า

Tunica Albuginea

ซึ่งเป็นเยื่อหุ้มรอบเนื้อเยื่อแข็งตัวขององคชาต

เมื่อเกิดพังผืดบริเวณนี้

ความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อจะลดลง ทำให้องคชาตเกิดการดึงรั้งผิดปกติในขณะแข็งตัว

ส่งผลให้เกิด

  • Penile Curvature (องคชาตโค้งงอ)
  • Painful Erection (เจ็บขณะแข็งตัว)
  • Penile Shortening (ความยาวลดลงในบางราย)
  • Erectile Dysfunction ร่วมด้วยในบางคน

ตามข้อมูลจาก American Urological Association หรือ AUA Guideline 2026

ภาวะนี้พบในผู้ชายประมาณ

3–9% ของประชากรชายอายุมากกว่า 18 ปี

แม้ในความเป็นจริงอาจพบมากกว่านี้ เพราะผู้ป่วยจำนวนมากไม่เข้ารับการตรวจ


Peyronie’s Disease เกิดจากอะไร?

สาเหตุยังไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด

แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับ

Microtrauma Repetitive Injury Theory

หรือการเกิดบาดเจ็บเล็กๆ ซ้ำๆ ต่อเนื้อเยื่อองคชาตระหว่างการแข็งตัวหรือมีเพศสัมพันธ์

ในบางคน ร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมแซมผิดปกติ

ทำให้เกิดการสะสมของ Collagen มากเกินไป จนกลายเป็นแผ่นพังผืดถาวร

ปัจจัยเสี่ยงที่พบร่วมได้ เช่น

  • อายุเพิ่มขึ้น
  • โรคเบาหวาน
  • การสูบบุหรี่
  • ภาวะ Erectile Dysfunction
  • ประวัติการบาดเจ็บต่อองคชาต
  • โรคพังผืดบางชนิด เช่น Dupuytren contracture

อาการและระยะของโรค

โรคนี้มักแบ่งเป็น 2 ระยะสำคัญ


1. Active Phase (ระยะอักเสบ)

มักเกิดในช่วงประมาณ

6–18 เดือนแรก

ในระยะนี้ พังผืดยังมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง

ผู้ป่วยอาจมีอาการ

  • ปวดขณะแข็งตัว
  • องคชาตเริ่มโค้งมากขึ้นเรื่อยๆ
  • คลำได้ก้อนแข็งใต้ผิวหนัง
  • รูปร่างองคชาตเริ่มผิดรูปมากขึ้น

2. Stable Phase (ระยะคงที่)

โดยทั่วไปพบหลังประมาณ

12 เดือนขึ้นไป

ลักษณะสำคัญคือ

  • ความโค้งงอไม่เพิ่มขึ้นแล้ว
  • อาการปวดลดลงหรือหายไป
  • พังผืดคงที่มากขึ้น
  • เริ่มประเมินแนวทางรักษาระยะยาวได้

แพทย์วินิจฉัยอย่างไร?

การวินิจฉัยมักเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยแพทย์เฉพาะทาง

การประเมินสำคัญประกอบด้วย


Physical Examination

แพทย์คลำตำแหน่งพังผืดและประเมินลักษณะของ Plaque


Penile Curvature Assessment

ประเมินองศาความโค้งขององคชาตในขณะแข็งตัว

บางกรณีแพทย์อาจให้ผู้ป่วยถ่ายภาพเพื่อใช้เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลง


Penile Ultrasound

Penile Ultrasound ใช้ประเมิน

  • ตำแหน่งของ Plaque
  • การเกิด Calcification ภายในพังผืด
  • ระบบไหลเวียนเลือดขององคชาต
  • ภาวะ Erectile Dysfunction ที่อาจเกิดร่วมกัน

แนวทางการรักษา Peyronie’s Disease

การรักษาขึ้นอยู่กับ

  • ระยะของโรค
  • ระดับความโค้งงอ
  • ผลกระทบต่อการมีเพศสัมพันธ์
  • การมีภาวะ ED ร่วมด้วยหรือไม่

1. Intralesional Injection (ฉีดยาเข้าพังผืด)

ในผู้ป่วยบางกลุ่มสามารถใช้การฉีดยาเฉพาะที่ได้


Collagenase Injection

Collagenase Clostridium histolyticum หรือชื่อทางการค้าว่า Xiaflex

ปัจจุบันเป็นหนึ่งในวิธีที่มีข้อมูลวิจัยสนับสนุนมากที่สุด

ตามแนวทาง AUA 2026 แนะนำในผู้ป่วยที่

  • อยู่ใน Stable Phase
  • องคชาตโค้งประมาณ 30–90 องศา
  • ไม่มี Calcification รุนแรงบางชนิด

ระดับคำแนะนำ: Grade B Evidence


Verapamil Injection

Verapamil เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า

แต่ข้อมูลวิจัยสนับสนุนยังน้อยกว่า Collagenase


2. การผ่าตัดรักษา

เหมาะในกรณีที่ความโค้งมาก หรือส่งผลต่อการมีเพศสัมพันธ์อย่างชัดเจน

โดยทั่วไปจะพิจารณาหลังโรคเข้าสู่ Stable Phase


Penile Plication Surgery

Penile Plication

ศัลยแพทย์ทำการพับเนื้อเยื่อฝั่งตรงข้ามกับด้านที่มีพังผืด

ข้อดีคือเทคนิคไม่ซับซ้อน

ข้อจำกัดคืออาจทำให้ความยาวองคชาตลดลงเล็กน้อย


Plaque Incision or Excision with Grafting

ใช้ในผู้ป่วยที่มี

  • ความโค้งมาก
  • Penile Indentation
  • Deformity ซับซ้อน

แพทย์เปิดหรือเลาะพังผืด และใช้เนื้อเยื่อ graft ช่วยซ่อมแซม


Penile Prosthesis Surgery

Penile Implant Surgery เหมาะกับผู้ป่วยที่มี

Erectile Dysfunction ร่วมด้วยอย่างชัดเจน

โดยเฉพาะกรณีที่ยา ED ไม่ได้ผลแล้ว


สรุป

Peyronie’s Disease เป็นโรคที่เกิดจากการสร้างพังผืดผิดปกติภายในองคชาต

ทำให้เกิด

✓ องคชาตโค้งงอ
✓ เจ็บขณะแข็งตัว
✓ มีเพศสัมพันธ์ลำบาก
✓ อาจเกิด Erectile Dysfunction ร่วมด้วย

ข่าวดีคือ

ปัจจุบันมีหลายแนวทางรักษา ทั้ง

  • การติดตามอาการ
  • การฉีดยาเฉพาะที่
  • การผ่าตัดแก้ไข

การวินิจฉัยตั้งแต่ระยะต้น มักช่วยให้วางแผนรักษาได้แม่นยำมากขึ้น

หากพบว่ารูปร่างองคชาตเปลี่ยนไปผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะโดยเร็ว

บทความโดย: นพ.สันตพล ชำนาญไพร

อ้างอิงทางการแพทย์
• American Urological Association Peyronie’s Disease Guideline 2026
• Campbell-Walsh-Wein Urology 13th Edition
• International Society for Sexual Medicine Clinical Guidelines