Penile Implant คืออะไร?
สำหรับผู้ชายที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ Erectile Dysfunction (ED) ในระดับรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาวิธีทั่วไป เช่น ยารับประทาน การฉีดยา หรือการรักษาฟื้นฟูหลอดเลือด
หนึ่งในทางเลือกการรักษาขั้นสูงสุด คือการผ่าตัดใส่อุปกรณ์ที่เรียกว่า
Penile Implant หรือ Penile Prosthesis
เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ฝังไว้ภายในองคชาต เพื่อช่วยให้สามารถเกิดการแข็งตัวได้เมื่อผู้ป่วยต้องการ
ตามแนวทางของ AUA Guideline 2026
Penile Implant ถูกจัดเป็น
Third-line Treatment
หรือแนวทางรักษาขั้นที่สาม สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อวิธีรักษาอื่นแล้ว
เมื่อไรแพทย์จะพิจารณาการผ่าตัด Penile Implant?
โดยทั่วไปการผ่าตัดชนิดนี้จะพิจารณาในผู้ป่วยที่มีปัญหา ED เรื้อรังและรักษาวิธีอื่นไม่ได้ผล
กลุ่มที่มักเหมาะกับการรักษานี้ ได้แก่
- ผู้ที่ใช้ยากลุ่ม PDE5 inhibitor แล้วไม่ได้ผล
- ผู้ที่รักษาด้วยการฉีดยาเข้าองคชาตแล้วล้มเหลว
- ผู้ป่วย ED จากภาวะพังผืดในองคชาต (Peyronie’s Disease) ที่รุนแรง
- ผู้ป่วยหลังผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่สูญเสียการแข็งตัวถาวร
- ผู้ที่ต้องการวิธีรักษาระยะยาวและไม่ต้องพึ่งยาอีกต่อไป
ในหลายกรณี Penile Implant ถือเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด เมื่อการรักษาแบบอื่นไม่สามารถช่วยได้
Penile Implant มีกี่ประเภท?
ปัจจุบันอุปกรณ์ที่ใช้มี 2 ประเภทหลัก
1. Inflatable Penile Prosthesis (แบบปั๊มลม) — มาตรฐานที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
วิธีนี้ถือเป็น
Gold Standard
หรือมาตรฐานสูงสุดของการผ่าตัดรักษา ED
ระบบประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ
- Cylinder อยู่ภายในแกนองคชาต
- Reservoir หรือถุงเก็บน้ำ อยู่ภายในช่องท้อง
- Pump อยู่ในถุงอัณฑะ
เมื่อผู้ป่วยต้องการแข็งตัว สามารถบีบปั๊มที่อยู่ในถุงอัณฑะ น้ำจะถูกส่งเข้า Cylinder ทำให้องคชาตแข็งตัวคล้ายธรรมชาติ
หลังเสร็จกิจ สามารถปล่อยน้ำกลับเข้าสู่ Reservoir ได้
ข้อดีของแบบ Inflatable
- ให้การแข็งตัวใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด
- สามารถควบคุมเวลาแข็งตัวได้
- เมื่อไม่ใช้งาน ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
- ความพึงพอใจสูงมาก
งานวิจัยจาก Campbell-Walsh-Wein Urology
รายงานว่า
อัตราความพึงพอใจอยู่ที่ประมาณ 92–98%
ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในบรรดาวิธีรักษา ED ทุกประเภท
2. Malleable Prosthesis (แบบกึ่งแข็ง)
อีกทางเลือกหนึ่ง คืออุปกรณ์แบบแท่งกึ่งแข็ง หรือ Semi-rigid Prosthesis
หลักการคือใส่แกนยืดหยุ่นไว้ภายในองคชาต ผู้ป่วยสามารถดัดขึ้นเมื่อต้องการใช้งาน และดัดลงเมื่อไม่ใช้งาน
ข้อดีของแบบ Malleable
- โครงสร้างเรียบง่าย
- ผ่าตัดง่ายกว่า
- ราคามักต่ำกว่าแบบปั๊มลม
- โอกาสเครื่องเสียต่ำกว่า
มักเหมาะกับผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการใช้มือ เช่น
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท
- ผู้ที่มีปัญหาเรื่อง Dexterity หรือแรงบีบมือ
ความเสี่ยงของการผ่าตัด Penile Implant
แม้เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ยังมีความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจ
1. การติดเชื้อ (Infection)
ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่สุด
พบประมาณ 1–3%
หากติดเชื้อรุนแรง อาจจำเป็นต้องนำอุปกรณ์ออกทั้งหมด
ปัจจุบันอุปกรณ์รุ่นใหม่มีเทคโนโลยี
Antibiotic Coating
ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้อย่างมาก
2. อุปกรณ์เสียหายทางกลไก (Mechanical Failure)
อุปกรณ์ภายในอาจเกิดความเสียหายตามอายุการใช้งาน
ข้อมูลระบุว่า
ประมาณ 5% อาจมีปัญหาภายใน 5 ปีแรก
หากเกิดขึ้น อาจต้องผ่าตัดแก้ไขหรือเปลี่ยนอุปกรณ์
3. Tissue Erosion
เป็นภาวะที่อุปกรณ์กดเนื้อเยื่อจนเกิดการทะลุหรือบาดเจ็บ
พบได้น้อยมาก
โดยทั่วไปต่ำกว่า 1%
แต่ต้องได้รับการดูแลโดยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์
สิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยต้องเข้าใจก่อนผ่าตัด
ก่อนตัดสินใจทำ Penile Implant มีข้อมูลสำคัญที่ควรรู้
การแข็งตัวตามธรรมชาติจะไม่กลับมาเหมือนเดิม
ระหว่างผ่าตัด เนื้อเยื่อภายในที่ใช้ในการแข็งตัวตามธรรมชาติ (Corpora Cavernosa) จะถูกแทนที่ด้วยอุปกรณ์
หมายความว่า
หากใส่อุปกรณ์แล้ว จะไม่สามารถกลับไปแข็งตัวเองตามธรรมชาติได้เหมือนเดิม
ดังนั้นการตัดสินใจต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ไม่กระทบความรู้สึกทางเพศ
สิ่งที่หลายคนกังวลคือการมีความสุขทางเพศจะเปลี่ยนไปหรือไม่
โดยทั่วไป Penile Implant
ไม่กระทบ
- ความรู้สึกบริเวณอวัยวะเพศ
- การถึงจุดสุดยอด (Orgasm)
- การหลั่งน้ำอสุจิ (Ejaculation)
เพราะอุปกรณ์ทำหน้าที่เฉพาะเรื่องการแข็งตัวเท่านั้น
อายุการใช้งานประมาณ 10–15 ปี
อุปกรณ์ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานเฉลี่ย
ประมาณ 10–15 ปี
ขึ้นอยู่กับรุ่น การใช้งาน และการดูแลหลังผ่าตัด
ใครบ้างที่เหมาะกับ Penile Implant?
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่
- มี ED ระดับรุนแรงเรื้อรัง
- ใช้ยา ED แล้วไม่ได้ผล
- ไม่ตอบสนองต่อ Shockwave หรือการรักษาอื่น
- มีปัญหาหลอดเลือดหรือเส้นประสาทเสียถาวร
- ต้องการการแก้ปัญหาระยะยาวและถาวร
สรุป
Penile Implant หรือการผ่าตัดใส่อุปกรณ์ช่วยแข็งตัว ถือเป็นทางเลือกการรักษาขั้นสูงสำหรับผู้ป่วยภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศระดับรุนแรง
แม้เป็นการรักษาที่ต้องผ่าตัดและมีค่าใช้จ่ายสูง
แต่ถือเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในผู้ป่วยที่รักษาวิธีอื่นไม่ได้ผล
อัตราความพึงพอใจของผู้ป่วยสูงมาก และสามารถกลับมามีเพศสัมพันธ์ได้อย่างมีคุณภาพอีกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Penile Implant เหมาะกับผู้ป่วยทุกคนหรือไม่?
ไม่ โดยทั่วไปใช้สำหรับผู้ป่วย ED รุนแรงที่รักษาวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
หลังผ่าตัดยังหลั่งน้ำอสุจิได้หรือไม่?
โดยทั่วไปยังสามารถหลั่งน้ำอสุจิและถึงจุดสุดยอดได้ หากไม่มีปัญหาอื่นร่วมด้วย
Penile Implant อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยเฉลี่ยประมาณ 10–15 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดอุปกรณ์และการใช้งาน
หลังใส่อุปกรณ์จะกลับมาแข็งตัวเองตามธรรมชาติได้ไหม?
ไม่ได้ เนื่องจากเนื้อเยื่อที่ใช้ในการแข็งตัวตามธรรมชาติถูกแทนที่ด้วยอุปกรณ์แล้ว
บทความโดย: นพ.สันตพล ชำนาญไพร
อ้างอิงทางการแพทย์
AUA Erectile Dysfunction Guideline 2026
Campbell-Walsh-Wein Urology, 13th Edition, Chapter 30
Contemporary Urologic Prosthetic Surgery Literature
