Our Blog

Phimosis (หนังหุ้มปลายตีบ) คืออะไร? อาการ ระดับความรุนแรง และแนวทางรักษา


Phimosis หรือ “หนังหุ้มปลายตีบ” คืออะไร?

Phimosis คือภาวะที่ หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายมีความแคบผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถรูดเปิดหนังหุ้มปลายกลับไปด้านหลังได้ตามปกติ หรือรูดได้แต่มีอาการเจ็บ ตึง หรือรูดได้เพียงบางส่วน

ภาวะนี้พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่สาเหตุและแนวทางรักษาแตกต่างกัน

ตามแนวทาง EAU Guidelines 2026 (European Association of Urology) ภาวะ Phimosis แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งแพทย์จะประเมินเพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม


Phimosis มีกี่ประเภท?

1. Physiological Phimosis (ภาวะปกติในเด็ก)

ในเด็กเล็ก หนังหุ้มปลายมักยังติดกับหัวอวัยวะเพศตามธรรมชาติ ทำให้ยังรูดไม่ลง

ถือเป็นภาวะปกติ ไม่ใช่โรค

ส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นเองเมื่ออายุมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรักษา

ไม่ควรพยายามรูดแรง เพราะอาจทำให้เกิดแผลและพังผืดตามมา


2. Pathological Phimosis (ภาวะผิดปกติที่ต้องรักษา)

พบมากในวัยรุ่นและผู้ใหญ่

เกิดจากการอักเสบเรื้อรัง หรือการเกิดพังผืดจนทำให้หนังหุ้มปลายตีบลง

สาเหตุที่พบได้บ่อย เช่น

  • การอักเสบซ้ำ ๆ ของหนังหุ้มปลาย
  • การติดเชื้อเรื้อรัง
  • การรูดหนังแรงจนเกิดแผลเป็น
  • โรคผิวหนังบางชนิด เช่น
    BXO (Balanitis Xerotica Obliterans)
    ซึ่งทำให้เกิดพังผืดแข็งผิดปกติ

ในกรณีนี้มักต้องได้รับการรักษา


อาการของหนังหุ้มปลายตีบที่พบบ่อย

ผู้ป่วยอาจมีอาการแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรง

อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • รูดหนังหุ้มปลายไม่ลง
  • รูดลงได้แต่รู้สึกเจ็บหรือตึงมาก
  • เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์
  • ทำความสะอาดบริเวณใต้หนังหุ้มปลายลำบาก
  • มีการอักเสบซ้ำ ๆ
  • ปัสสาวะลำบากในบางราย
  • หนังหุ้มปลายโป่งพองเวลาปัสสาวะ

หากปล่อยไว้นาน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้


ระดับความรุนแรงของ Phimosis (Grade 1–5)

แพทย์มักแบ่งระดับความรุนแรงเพื่อช่วยวางแผนการรักษา

Grade 1 — ปกติหรือเกือบปกติ

สามารถรูดหนังหุ้มปลายลงได้สะดวก ไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน


Grade 2

รูดลงได้ แต่เริ่มมีความตึง หรือรูดได้ไม่สุด

อาจเริ่มรู้สึกไม่สบายตัวบางครั้ง


Grade 3

รูดลงได้เพียงบางส่วน และเริ่มมีอาการเจ็บชัดเจน

อาจเริ่มส่งผลต่อการมีเพศสัมพันธ์


Grade 4

หนังหุ้มปลายเปิดได้เพียงเล็กน้อย หรือแทบไม่สามารถรูดได้

การทำความสะอาดเริ่มยากมากขึ้น


Grade 5

ไม่สามารถรูดเปิดได้เลย

บางรายเริ่มมีผลต่อการปัสสาวะ หรือเกิดการอักเสบเรื้อรัง

มักต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว


วิธีรักษา Phimosis มีอะไรบ้าง?

การรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง และสาเหตุของการตีบ


1. ยาทา Steroid (เหมาะกับระยะเริ่มต้น)

ในผู้ป่วยที่ยังไม่รุนแรง แพทย์อาจเริ่มจากการใช้ยาทากลุ่มสเตียรอยด์

ตัวอย่างที่ใช้บ่อยคือ

Betamethasone 0.05%

วิธีใช้ทั่วไป

  • ทาวันละ 2 ครั้ง
  • ใช้ต่อเนื่องประมาณ 4–8 สัปดาห์
  • อาจใช้ร่วมกับการค่อย ๆ ยืดหนังหุ้มปลายอย่างระมัดระวังตามคำแนะนำแพทย์

ข้อมูลจาก EAU Guidelines 2026 ระบุว่า วิธีนี้มีอัตราความสำเร็จประมาณ

60–90%

ในผู้ป่วยระยะไม่รุนแรง (Grade 1–3)


2. Preputioplasty (ผ่าตัดขยายรูหนังหุ้มปลาย)

เป็นการผ่าตัดเพื่อขยายความกว้างของหนังหุ้มปลาย

ข้อดีคือ

  • ยังเก็บหนังหุ้มปลายไว้
  • ไม่ต้องขลิบทั้งหมด

เหมาะกับผู้ที่ต้องการรักษาโครงสร้างเดิมไว้มากที่สุด

แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีพังผืดเรื้อรังมาก


3. Circumcision (การขลิบ)

การขลิบ คือการตัดหนังหุ้มปลายออก

ถือเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้มากที่สุด

เหมาะกับผู้ป่วยที่มี

  • Phimosis ระดับรุนแรง
  • การอักเสบเรื้อรัง
  • พังผืดหนามาก
  • รักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น

อัตราความสำเร็จใกล้เคียง

100%

เมื่อทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์


ถ้าปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจเกิดอะไรขึ้น?

หลายคนคิดว่าหนังหุ้มปลายตีบเป็นเรื่องเล็ก

แต่หากปล่อยไว้นาน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น


การอักเสบซ้ำเรื้อรัง (Balanitis)

เกิดการแดง คัน แสบ หรือมีสารคัดหลั่งผิดปกติบ่อยครั้ง


Paraphimosis (ภาวะฉุกเฉิน)

เกิดจากการรูดหนังหุ้มปลายลงแล้วดึงกลับไม่ได้

ทำให้เกิด

  • บวมมาก
  • ปวด
  • เลือดไหลเวียนผิดปกติ

ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องพบแพทย์ทันที


ปัสสาวะลำบาก

ในบางรายหนังหุ้มปลายตีบมากจนปัสสาวะออกได้ไม่ดี

หรือมีลักษณะโป่งพองเวลาปัสสาวะ


เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์

ภาวะหนังหุ้มปลายตึงมาก อาจทำให้เกิดการฉีกขาดและเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ได้


เมื่อไรควรพบแพทย์?

ควรเข้ารับการประเมิน หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • รูดหนังหุ้มปลายไม่ลง
  • เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์
  • มีอาการอักเสบซ้ำหลายครั้ง
  • ทำความสะอาดลำบาก
  • มีอาการบวมแดงผิดปกติ
  • เคยรูดแล้วหนังค้างย้อนกลับไม่ได้

สรุป

Phimosis หรือหนังหุ้มปลายตีบ เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ชาย และมีหลายระดับความรุนแรง

ในระยะแรกอาจรักษาด้วยยาทาได้ แต่หากมีพังผืดหรืออาการรุนแรง การขลิบมักเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด

การประเมินโดยแพทย์จะช่วยให้เลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หนังหุ้มปลายตีบต้องขลิบทุกคนไหม?
ไม่เสมอไป หากยังไม่รุนแรงอาจเริ่มจากยาทาได้

ใช้ยาทารักษาหายจริงไหม?
ในรายที่เป็นไม่มาก มีโอกาสสำเร็จประมาณ 60–90%

Phimosis ทำให้มีเพศสัมพันธ์เจ็บได้ไหม?
ได้ โดยเฉพาะในรายที่หนังหุ้มปลายตึงมากหรือมีพังผืด

ถ้าปล่อยไว้จะหายเองไหม?
ในผู้ใหญ่ที่เกิดจากพังผืดหรือการอักเสบเรื้อรัง มักไม่หายเอง และอาจแย่ลงได้


บทความโดย: นพ.สันตพล ชำนาญไพร

อ้างอิงทางการแพทย์
EAU Guidelines 2026
Campbell-Walsh-Wein Urology, 13th Edition
European Association of Urology – Penile Disorders Guideline