Our Blog

UP size

การเพิ่มขนาด เป็นหัตถการที่มีผู้ชายจำนวนมากให้ความสนใจ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความมั่นใจในชีวิตคู่และการมีเพศสัมพันธ์ โดยปกติแล้ว ขนาดอวัยวะเพศไม่ได้มีผลโดยตรงต่อการมีบุตรหรือสุขภาพร่างกาย แต่มีผลต่อความมั่นใจและจิตใจของผู้ชายหลายคน
วิธีการเพิ่มขนาดเพศชายที่นิยม

  1. การใช้สารเติมเต็ม
    • ฉีดสารเติมเต็มที่ปลอดภัยเข้าไปใต้ผิวอวัยวะเพศ
    • ช่วยเพิ่มขนาดรอบวงให้ดูเต็มขึ้น
    • อยู่ได้ประมาณ 1–2 ปี ขึ้นกับการดูแล
  2. การฉีดไขมันตนเอง (Fat Grafting)
    • ใช้ไขมันจากร่างกายของผู้ป่วยเองมาฉีดเพิ่มขนาด
    • เป็นวิธีธรรมชาติ แต่ไขมันบางส่วนอาจสลายไป
    • ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันผลข้างเคียง
  3. การผ่าตัดเพิ่มขนาด
    • การตัดเอ็นยึดอวัยวะเพศ (Suspensory Ligament Release) เพื่อให้ดูยาวขึ้น
    • เหมาะกับผู้ที่ต้องการถาวร แต่ต้องพักฟื้นนานและมีความเสี่ยงมากกว่าวิธีอื่น
  4. การใช้เครื่องมือและการบำบัด
    • อุปกรณ์ยืดอวัยวะเพศ (Penile Extender) ช่วยยืดให้ยาวขึ้น หากใช้อย่างต่อเนื่อง
    • การทำโฟกัสช็อคเวฟ (Shockwave Therapy) อาจช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและเสริมสมรรถภาพ แต่ไม่ได้เพิ่มขนาดโดยตรง
    สิ่งที่ควรระวัง
    • การใช้สารแปลกปลอม (เช่น ซิลิโคนเหลว ปิโตรเลียม เจลต่าง ๆ) มีความเสี่ยงสูงต่อการอักเสบ ติดเชื้อ และทำให้อวัยวะเพศผิดรูป ต้องผ่าตัดแก้ไข
    • เลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะหรือศัลยกรรม เพื่อความปลอดภัย
    • ผลลัพธ์ของแต่ละวิธีแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
    4.การแก้ไขปัญหาหลั่งเร็ว
    หลั่งเร็ว คือการที่ผู้ชายถึงจุดสุดยอดเร็วกว่าที่ต้องการ ทำให้มีเพศสัมพันธ์ไม่เต็มที่ ทั้งตนเองและคู่รัก โดยทั่วไปถือว่าเป็นปัญหาทางเพศที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ชายทุกวัย
    สาเหตุของการหลั่งเร็ว
  5. ด้านร่างกาย
    • ความไวของระบบประสาทที่ควบคุมการหลั่ง
    • ฮอร์โมนบางชนิดไม่สมดุล
    • โรคประจำตัว เช่น ต่อมลูกหมากอักเสบ
  6. ด้านจิตใจ
    • ความเครียด วิตกกังวล
    • ขาดความมั่นใจในตนเอง
    • ความกดดันจากคู่ครอง
  7. พฤติกรรม
    • การชินกับการช่วยตนเองแบบเร่งรีบ
    • ไม่คุ้นชินกับการควบคุมการหลั่ง
    วิธีการรักษาและแก้ไขหลั่งเร็ว
  8. การปรับพฤติกรรม
    • ฝึกควบคุมการหลั่งด้วยเทคนิค Start–Stop หรือ Squeeze Technique
    • มีเพศสัมพันธ์บ่อยขึ้น เพื่อลดความไว
    • ออกกำลังกายและลดความเครียด
  9. การใช้ยา
    • ยากลุ่มเฉพาะที่ (เช่น เจลหรือสเปรย์ชะลอการหลั่ง) ช่วยลดความไวของปลายอวัยวะเพศ
    • ยารับประทานบางชนิดที่ช่วยเพิ่มการควบคุมการหลั่ง (ต้องใช้ภายใต้การดูแลแพทย์)
  10. การทำกายภาพบำบัดอุ้งเชิงกราน
    • ฝึกกล้ามเนื้อ Kegel ช่วยให้ควบคุมการหลั่งดีขึ้น
  11. การใช้หัตถการทางการแพทย์
    • โฟกัสช็อคเวฟ (Shockwave Therapy) ช่วยฟื้นฟูการไหลเวียนเลือดและเส้นประสาท
    • การฉีดสารบางชนิดเพื่อปรับความไวของปลายอวัยวะเพศ