Our Blog

รักษา ED โดยไม่ใช้ยา Shockwave, Vacuum Device และการปรับพฤติกรรม วิธีไหนได้ผลจริง?

ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) จำเป็นต้องกินยาเสมอหรือไม่

เมื่อพูดถึงการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ Erectile Dysfunction (ED) หลายคนมักนึกถึงยากลุ่ม PDE5 inhibitor เช่น Viagra หรือ Cialis เป็นอันดับแรก

แต่ในความเป็นจริง การรักษา ED ไม่ได้มีแค่การใช้ยาเท่านั้น

ปัจจุบันแนวทางรักษาจาก European Association of Urology และ American Urological Association ระบุชัดว่า มีวิธีรักษาแบบ ไม่ใช้ยา (Non-pharmacological treatment) หลายรูปแบบที่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ และในบางกรณีสามารถช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัญหาจากหลอดเลือด หรือที่เรียกว่า Vasculogenic ED


1. การออกกำลังกาย: วิธีรักษา ED ที่มีหลักฐานระดับสูงสุด

หลายคนอาจไม่ทราบว่า การออกกำลังกายถือเป็นหนึ่งในวิธีรักษา ED ที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยมากที่สุด

ตามแนวทางของ European Association of Urology ปี 2026 ให้หลักฐานระดับ Grade A Evidence

ซึ่งเป็นระดับความน่าเชื่อถือสูงสุด

แนะนำให้ออกกำลังกายแบบ Aerobic Exercise

เช่น

  • วิ่ง
  • เดินเร็ว
  • ว่ายน้ำ
  • ปั่นจักรยาน
  • เครื่อง Elliptical

ในระดับประมาณ

40 นาที / ครั้ง อย่างน้อย 4 ครั้งต่อสัปดาห์

ผลการศึกษาพบว่า สามารถช่วยลดความรุนแรงของ ED ได้อย่างมีนัยสำคัญ และในผู้ป่วยบางกลุ่มให้ผลใกล้เคียงกับการใช้ยา ED ขนาดต่ำ


ทำไมการออกกำลังกายถึงช่วย ED ได้?

กลไกสำคัญคือการฟื้นฟูสุขภาพของหลอดเลือด

การออกกำลังกายช่วย

  • เพิ่มการทำงานของ Endothelium (เยื่อบุหลอดเลือด)
  • ลด Oxidative Stress
  • เพิ่มการสร้าง Nitric Oxide
  • ทำให้เลือดไหลเวียนสู่อวัยวะเพศได้ดีขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งหลอดเลือดแข็งแรง การแข็งตัวก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น


2. Low-Intensity Shockwave Therapy (Li-ESWT)

หนึ่งในเทคโนโลยีรักษา ED ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือ

Low-intensity Extracorporeal Shockwave Therapy (Li-ESWT)

หรือที่หลายคนเรียกว่า Shockwave รักษา ED

ตามแนวทางของ American Urological Association ปี 2026 ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่มี Vasculogenic ED


Shockwave รักษา ED ทำงานอย่างไร?

Li-ESWT ใช้คลื่นเสียงพลังงานต่ำส่งผ่านไปยังเนื้อเยื่อของอวัยวะเพศ

เพื่อกระตุ้นกระบวนการที่เรียกว่า

Neovascularization

หรือการสร้างหลอดเลือดใหม่ขนาดเล็ก

ผลที่เกิดขึ้นคือ

  • เพิ่มการไหลเวียนเลือด
  • ฟื้นฟูหลอดเลือดที่เสื่อมสภาพ
  • เพิ่มการตอบสนองต่อการแข็งตัว

ต้องทำกี่ครั้ง?

โดยทั่วไปแนวทางที่ใช้บ่อยคือ

  • 6–12 ครั้ง
  • ทำสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง
  • ใช้เวลาต่อครั้งประมาณ 15–20 นาที

ข้อดีสำคัญคือ

  • ไม่ต้องผ่าตัด
  • ไม่ต้องใช้ยาสลบ
  • ไม่ต้องพักฟื้น
  • ระหว่างทำมักไม่รู้สึกเจ็บมาก

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

งานวิจัยพบว่า Li-ESWT อาจช่วยให้

  • การแข็งตัวดีขึ้น
  • ผู้ที่เคยตอบสนองต่อยา ED ไม่ดี กลับตอบสนองได้ดีขึ้น
  • บางรายลดปริมาณยา หรือหยุดยาได้ในระยะยาว

โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาจากหลอดเลือด


3. Vacuum Erection Device (VED)

อีกหนึ่งทางเลือกที่ใช้มานานและมีหลักฐานรองรับ คือ

Vacuum Erection Device (VED)

หรืออุปกรณ์สุญญากาศช่วยดึงเลือดเข้าสู่อวัยวะเพศ

หลักการทำงานคือ

สร้างแรงดันลบภายในกระบอกสุญญากาศ เพื่อดึงเลือดเข้าสู่องคชาต ทำให้เกิดการแข็งตัว


VED เหมาะกับใครบ้าง?

วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่

  • ไม่สามารถใช้ยา ED ได้
  • มีโรคหัวใจและใช้ยากลุ่ม Nitrate
  • อยู่ระหว่างฟื้นฟูหลังผ่าตัดต่อมลูกหมาก
  • ต้องการ Penile Rehabilitation หลังการรักษาอื่น

ข้อดีคือไม่ต้องใช้ยาและค่อนข้างปลอดภัยเมื่อใช้อย่างถูกต้อง


4. การปรับพฤติกรรม: วิธีที่หลายคนมองข้าม

ภาวะ ED จำนวนมากสัมพันธ์โดยตรงกับสุขภาพโดยรวมของร่างกาย

แนวทางของ European Association of Urology ระบุว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยลด ED ได้จริง

สิ่งที่ควรทำ ได้แก่


ลดน้ำหนัก

ผู้ที่มีค่า BMI มากกว่า 30 มีความเสี่ยงเกิด ED สูงกว่าคนทั่วไปประมาณ 30%

ภาวะอ้วนส่งผลต่อทั้งฮอร์โมนและการทำงานของหลอดเลือด


เลิกสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยง ED ประมาณ 1.5 เท่า

เนื่องจากสารพิษในบุหรี่ทำลายเยื่อบุหลอดเลือดโดยตรง


ลดการดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มหนักเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อ

  • ระบบประสาท
  • ฮอร์โมนเพศชาย
  • การแข็งตัวของอวัยวะเพศ

ควบคุมโรคประจำตัว

โรคที่สัมพันธ์กับ ED มากที่สุด ได้แก่

  • Diabetes Mellitus
  • Hypertension
  • โรคไขมันในเลือดสูง
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด

หากควบคุมโรคเหล่านี้ได้ การรักษา ED มักได้ผลดีขึ้น


วิธีรักษาแบบไม่ใช้ยา เหมาะกับใคร?

การรักษาแบบไม่ใช้ยาเหมาะกับผู้ที่

  • ต้องการแก้ไขสาเหตุระยะยาว
  • ไม่ต้องการพึ่งยา ED ทุกครั้ง
  • มีข้อห้ามใช้ยากลุ่ม PDE5 inhibitor
  • ต้องการฟื้นฟูสุขภาพหลอดเลือดโดยรวม
  • ต้องการรักษาควบคู่กับการใช้ยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

สรุป

การรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ ED ไม่จำเป็นต้องใช้ยาเสมอไป

ปัจจุบันมีวิธีรักษาที่มีหลักฐานรองรับทางการแพทย์หลายรูปแบบ เช่น

  • การออกกำลังกายแบบ Aerobic Exercise
  • Shockwave Therapy (Li-ESWT)
  • Vacuum Erection Device (VED)
  • การปรับพฤติกรรมและดูแลสุขภาพหลอดเลือด

ในผู้ป่วยหลายราย วิธีเหล่านี้สามารถช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศในระยะยาว และลดการพึ่งพายาได้


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Shockwave รักษา ED ได้ถาวรหรือไม่?
ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคน โดยเฉพาะขึ้นอยู่กับสาเหตุของ ED และสุขภาพหลอดเลือด

การออกกำลังกายช่วยรักษา ED ได้จริงไหม?
ได้ มีงานวิจัยระดับสูงสนับสนุนว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิกช่วยลดความรุนแรงของ ED ได้จริง

ถ้าใช้ยา ED ไม่ได้ มีทางเลือกอื่นไหม?
มี เช่น Vacuum Device หรือ Shockwave Therapy ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

รักษา ED โดยไม่ใช้ยา เห็นผลช้ากว่าไหม?
โดยทั่วไปอาจใช้เวลานานกว่ายา แต่มีเป้าหมายในการฟื้นฟูต้นเหตุระยะยาวมากกว่า

บทความโดย: นพ.สันตพล ชำนาญไพร

อ้างอิงทางการแพทย์
EAU Guidelines on Sexual and Reproductive Health 2026
AUA Erectile Dysfunction Guideline 2026
Campbell-Walsh-Wein Urology, 13th Edition