Our Blog

ยารักษา ED PDE5 Inhibitor คืออะไร?

ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย และแต่ละตัวต่างกันอย่างไร

PDE5 Inhibitor คืออะไร?

เมื่อพูดถึงการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ Erectile Dysfunction (ED) การรักษาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั่วโลก คือยากลุ่ม PDE5 Inhibitor

PDE5 Inhibitor ย่อมาจาก Phosphodiesterase Type 5 Inhibitor ซึ่งเป็นยาที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศ ทำให้เกิดการแข็งตัวได้ดีขึ้นเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ

ตามแนวทางของ American Urological Association หรือ AUA Guideline 2026 ยากลุ่มนี้ถูกจัดให้เป็น First-line Treatment หรือการรักษาอันดับแรกสำหรับผู้ป่วย ED ส่วนใหญ่ เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงและใช้งานสะดวก

สิ่งสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดคือ

ยา ED ไม่ได้ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวเองโดยอัตโนมัติ

ยาจะออกฤทธิ์ได้ก็ต่อเมื่อมี การกระตุ้นทางเพศ (Sexual Stimulation) เท่านั้น


ยากลุ่ม PDE5 Inhibitor ทำงานอย่างไร?

ในภาวะปกติ เมื่อเกิดการกระตุ้นทางเพศ ร่างกายจะหลั่งสาร Nitric Oxide ทำให้กล้ามเนื้อเรียบภายในหลอดเลือดคลายตัว และเพิ่มการไหลเวียนเลือดเข้าสู่องคชาต

เอนไซม์ที่ชื่อว่า PDE5 มีหน้าที่สลายสารที่ช่วยให้เกิดการแข็งตัว

ยากลุ่ม PDE5 inhibitor จะไปยับยั้งเอนไซม์นี้ ทำให้เลือดคงอยู่ในอวัยวะเพศได้นานขึ้น และช่วยให้การแข็งตัวมีประสิทธิภาพมากขึ้น


มียาอะไรในกลุ่ม PDE5 Inhibitor บ้าง?

ปัจจุบันยาที่ใช้บ่อยมี 4 ชนิดหลัก

ชื่อยาชื่อการค้าระยะเวลาออกฤทธิ์เวลาที่ควรกินก่อนมีเพศสัมพันธ์
SildenafilViagra4–6 ชั่วโมง30–60 นาที
TadalafilCialis24–36 ชั่วโมง30 นาที
VardenafilLevitra4–5 ชั่วโมง25–60 นาที
AvanafilStendra6–12 ชั่วโมง15–30 นาที

แม้ยาทั้งหมดจะทำงานคล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างในเรื่องระยะเวลาการออกฤทธิ์และความเหมาะสมกับแต่ละคน


Sildenafil (Viagra) เหมาะกับใคร?

Sildenafil เป็นยาตัวแรกที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

จุดเด่นคือ

  • มีข้อมูลการใช้งานมานาน
  • ราคาค่อนข้างเข้าถึงง่าย
  • เหมาะสำหรับการใช้เฉพาะเวลาต้องการ

ข้อควรรู้คืออาหารมื้อหนัก โดยเฉพาะอาหารไขมันสูง อาจทำให้ยาออกฤทธิ์ช้าลง


Tadalafil (Cialis) ต่างจาก Viagra อย่างไร?

Tadalafil มีจุดเด่นสำคัญคือออกฤทธิ์ได้นานกว่าตัวอื่นมาก

ประมาณ 24–36 ชั่วโมง

ทำให้หลายคนเรียกว่า Weekend Pill

AUA Guideline 2026 ยังระบุว่า

Tadalafil ขนาด 5 mg รับประทานทุกวัน (Daily Dose) เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการความต่อเนื่อง หรือผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพหลอดเลือดในระยะยาว

เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการวางแผนเวลาในการใช้ยา


ใครบ้างที่ไม่ควรใช้ยา ED?

แม้ PDE5 inhibitor จะมีความปลอดภัยสูง แต่มีข้อห้ามสำคัญที่ต้องรู้

ห้ามใช้ร่วมกับยากลุ่ม Nitrate เด็ดขาด

เช่น

  • ยาอมใต้ลิ้นสำหรับโรคหัวใจ
  • ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ

การใช้ร่วมกันอาจทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้


กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ หากอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้

  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ
  • ผู้ที่ใช้ยา Alpha-blocker สำหรับต่อมลูกหมาก
  • ผู้ป่วยโรคตาบางชนิด เช่น NAION
  • ผู้ที่มีประวัติหัวใจขาดเลือดหรือเพิ่งเกิด Stroke

ตามแนวทางการรักษา ED แพทย์ควรประเมินความเสี่ยงหัวใจก่อนเริ่มยาเสมอ


ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

อาการข้างเคียงส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและหายได้เอง

อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ปวดศีรษะ (ประมาณ 10–16%)
  • หน้าแดง (5–12%)
  • คัดจมูก
  • เวียนศีรษะ
  • อาหารไม่ย่อย
  • ปวดหลัง ซึ่งพบกับ Tadalafil ได้บ่อยกว่า

หากมีอาการรุนแรงผิดปกติ ควรหยุดยาและพบแพทย์ทันที


ซื้อยา ED กินเองปลอดภัยหรือไม่?

หลายคนซื้อยา ED ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือร้านขายยาโดยไม่ตรวจร่างกาย

สิ่งที่ควรรู้คือ ED อาจสัมพันธ์กับโรคสำคัญ เช่น

  • โรคหัวใจ
  • เบาหวาน
  • ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ
  • โรคหลอดเลือด

การรักษาเพียงการกินยา อาจช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุที่แท้จริง

นอกจากนี้การใช้ยาโดยไม่รู้ข้อห้าม อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้


สรุป

ยากลุ่ม PDE5 Inhibitor ถือเป็นมาตรฐานการรักษาอันดับแรกของภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ ED และมีประสิทธิภาพดีในผู้ป่วยส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม ยาแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน ทั้งระยะเวลาออกฤทธิ์ ขนาดยา และข้อห้ามใช้

ก่อนเริ่มใช้ยา ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงหรือการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ยา ED กินแล้วแข็งตัวเองทันทีหรือไม่?
ไม่ ยากลุ่ม PDE5 inhibitor ต้องอาศัยการกระตุ้นทางเพศก่อนจึงจะออกฤทธิ์

Viagra กับ Cialis ตัวไหนดีกว่า?
ขึ้นอยู่กับความต้องการ หากต้องการออกฤทธิ์นาน Tadalafil อาจเหมาะกว่า แต่หากใช้เฉพาะครั้ง Sildenafil เป็นตัวเลือกที่นิยม

กินยา ED ทุกวันได้หรือไม่?
บางกรณีสามารถใช้ Tadalafil 5 mg แบบ Daily Dose ได้ แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำแพทย์

ซื้อยา ED มากินเองได้ไหม?
ไม่แนะนำ เพราะอาจมีข้อห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาได้


บทความโดย: นพ.สันตพล ชำนาญไพร

อ้างอิงทางการแพทย์
AUA Erectile Dysfunction Guideline 2026 (Statement 13–18)
Campbell-Walsh-Wein Urology, 13th Edition
EAU Guidelines on Sexual and Reproductive Health 2026